การเติมเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ตามนโยบายของรัฐบาลอาจมีความเสี่ยงที่จะละเมิดพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 หากเป็นจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับโทษอันหนักและอาจถูกจำคุก

โครงการเติมเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ถึงแม้จะได้รับการเห็นชอบหลักการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างสั้น ๆ ก็ถูกตีความแรงจาก “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย แหล่งเงินทุน ความคุ้มค่า ภาระการจ่ายของรัฐบาล รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นที่อาจละเมิดพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501

ตามหนังสือที่ออกโดยฝ่ายกฎหมายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฝกม. 285/2567 เรื่อง โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตจำนวน 10,000 บาท ตอนหนึ่ง เพื่อให้เป็นข้อมูลเสริมเพื่อการพิจารณาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สิทธิในการใช้จ่ายภายใต้โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ต้องไม่ขัดแย้งกับการควบคุมระบบเงินตราโดยมูลค่าของสิทธิใช้จ่ายที่รัฐบาลกำหนด ต้องมีงบประมาณรองรับเต็มมูลค่า (fully earmarked) และมีแหล่งที่มาของเงินที่เจาะจงชัดเจนในวันเริ่มโครงการเป็นอย่างสิ้นสุด

หากภายใต้เหตุผลใด ๆ รัฐบาลไม่สามารถ earmark งบประมาณเต็มมูลค่าของสิทธิใช้จ่ายในวันเริ่มโครงการ เช่น ไม่สามารถใช้เงินงบประมาณส่วนใดตามเงื่อนไขกฎหมายหรือมีความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติ จะทำให้การกำหนดสิทธิใช้จ่ายที่ไม่ได้รับการรับรองงบประมาณเป็นการสร้างวัตถุหรือเครื่องหมายแทนเงินตราซึ่งเป็นการละเมิดตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501

แชร์มาจาก: thansettakij