เงินดิจิทัล 10,000 บาทจะได้เมื่อไหร่? คือคำถามที่หลายคนต่างเริ่มทวงถามถึงนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ เพื่อหวังกระจายรายได้สู่ชุมชนและกระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หลัง เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ได้รับเสียงโหวตเห็นชอบ 482 คะแนนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

ด้วยข้อถกเถียงจากหลายภาคส่วนที่ข้องใจกับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ถึงกระบวนการและการบริหารจัดการที่อาจมีจุดอ่อนด้านความไม่โปร่งใสได้ รวมถึงงบประมาณที่ต้องใช้จำนวนมหาศาลกับคนประมาณ 50 ล้านคน ที่มากกว่า 500,000 ล้านบาท และการเป็น ‘นโยบายแจกเงิน’ ที่อาจเหมือนแนวทางทำประชานิยมแบบในยุคทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  

ไทยรัฐพลัสจึงสรุปวิธีการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดของนโยบายที่อาจส่งผลกระทบในอนาคต รวมถึงข้อสงสัยต่างๆ ของประชาชนที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีคำตอบ

เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ต้องใช้อย่างไร

การใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) นั้นยังไม่มีวิธีการออกมาอย่างเป็นทางการโดยละเอียดว่าประชาชนจะใช้เงินนี้อย่างไร มีเพียงข้อมูลที่ระบุเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องใช้คือบัตรประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟน คล้ายกับวิธีการจ่ายเงินของโครงการ ‘คนละครึ่ง’ หรือ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ 

สิ่งที่แตกต่างกันคือเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทไม่ต้องลงทะเบียน เนื่องจากเป็นนโยบายถ้วนหน้า ทำให้เงินเข้าดิจิทัลวอลเล็ตของทุกคนได้เลย แต่ต้องเปิดใช้งานดิจิทัลวอลเล็ตก่อนเพื่อรับสิทธิ และสามารถใช้จ่ายเงินได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ แอปพลิเคชัน และส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวหรือโค้ดส่วนตัวมาใช้แทนได้ เพื่อซื้อของจากร้านค้า

ข้อดีและข้อจำกัดมีอะไรบ้าง 

นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนี้มีหลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความเห็นในหลายด้าน สามารถสรุปข้อดีและข้อจำกัดได้เบื้องต้น ดังนี้

ข้อดี

  • ไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะส่งตรงถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ตของประชาชน เพราะระบบจะผูกกับบัตรประชาชนเลย หากไม่มีสมาร์ทโฟนหรือแอปพลิเคชันก็ยังสามารถใช้ได้ผ่านเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
  • ให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป กรณีคนที่มีบัตรสวัสดิการอื่นๆ เช่น คนชรา คนพิการ ก็จะได้รับเงินเต็มจำนวน 10,000 บาทเช่นกันโดยไม่หัก 
  • ใช้ระบบ Blockchain เขียนเงื่อนไข ทำให้ไม่มีความเสี่ยง การเก็งกำไร และการขาดทุน เนื่องจากไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ทำให้ไม่มีราคาตกและราคาขึ้น เพราะทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ รับประกันโดยรัฐบาล
  • รัฐบาลสามารถเก็บภาษีจากเงินส่วนนี้ได้อย่างเป็นระบบครบทุกบาท 

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้จ่ายที่ร้านค้าต่างๆ ในรัศมี 4 กิโลเมตร จากที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สามารถปรับเปลี่ยนตามภูมิประเทศได้แต่ยังไม่กำหนดเนื่องจากต้องใช้เวลาศึกษาก่อน
  • ใช้ภายใน 6 เดือน สามารถใช้จ่ายครั้งเดียวทั้งหมดหรือทยอยใช้ไปเรื่อยๆ ก็ได้
  • ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และมีเงื่อนไขการซื้อสินค้าเฉพาะสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เครื่องมือทำกิน ห้ามซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอบายมุข เช่น ยาเสพติด การพนัน
  • การใช้ระบบ Blockchain ในการจ่ายเงินนั้นช้า กว่าการโอนเงินจากธนาคารกว่าปกติ โดยเฉพาะกรณีมีการทำธุรกรรมจำนวนมาก

ข้อสงสัยของเงินดิจิทัลที่ยังไม่มีคำตอบ

เงื่อนไขต่างๆ ของการใช้เงินดิจิทัลที่อาจใช้เงินมากกว่า 500,000 ล้านบาท ยังมีข้อสงสัยอีกมากมายที่ทางพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องใช้เวลาศึกษาถึงผลกระทบต่างๆ โดยคาดว่านโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

แชร์มาจาก: thairath

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *